Helen  โฉมงามแห่งกรุงทรอย ไม่มีใครในโลกหล้าไม่รู้จักนางแน่นอน เมื่อกล่าวถึงเฮเลนแห่งกรุงทรอย (หรือรู้จักในอีกนามว่า เฮเลนแห่งสปาร์ต้า) ตามตำนานกล่าวว่านางเป็นธิดาของ ซีอุส กับ ลีดา
 
เฮเลนนั้นเป็นมเหสีในกษัตริย์เมเนลิอุส และถูกชิงตัวไปโดยเจ้าชายปารีส แห่งกรุงทรอย และเป็นชนวนเหตุของ "มหาสงครามแห่งกรุงทรอย" ซึ่งกินเวลาในการรบนับสิบปี
 
ต้นกำเนิดเฮเลน
กล่าวว่า Helen ธิดาแห่งมหาเทพซีอุส กับราชินีลีดา ลีดานั้นเป็นธิดาแห่งกษัตรเทสิทิอุส ซึ่งในเวลานั้นนางมีสามีอยู่แล้วคือกษัตริย์ทินดาริอุสแห่งสปาร์ต้า ต้นกำเนิดของเฮเลนนั้นถูกเขียนขึ้นโดย Euripides1 ในช่วงปลายศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ว่านางเกิดจากเทพซีอุสในรูปแบบที่จำแลงกลายมาในร่างหงษ์ ซึ่งกำลังหลบหนีการจู่โจมของนกอินทรี และมาพบกับ ลีดา ทั้งสองสมสู่กันและให้กำเนิด "ไข่" ออกมา ซึ่งในไข่นั้นคือเฮเลนนั่นเอง
 
ไข่ใบหนึ่งบรรจุด้วยฝาแฝดหญิงคือ Helen และ Clytemnestra ไข่อีกใบหนึ่งบรรจุฝาแฝดชาย  Castor และ Pollux (บางตำนานกล่าวว่า Helen และ Pollux เกิดมาจากไข่ใบเดียวกัน ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกของซีอีส ในขณะที่ไข่อีกใบนั้นให้กำเนิด Castor กับ Clytaemnestra ซึ่งคู่นี้เป็นลูกของกษัตริย์ทินดาริอุส ตำนานอ้างว่าแม่ของเฮเลนมีสัมพันธ์กับทั้งซีอุส และกษัตริย์ทินดาริอุส ในคืนเดียวกัน)
 
** คัดลอกจาก ตำราของ Apollodorus 3.10.7 "แต่ซีอุสในร่างหงษ์นั้นสมสู่กับลีดา และในคืนเดียวกันทินดาริอุสก็ทำเช่นเดียวกันกับนาง นางในกำเนิด Pollux และ Helen แก่ซีอุส และให้กำเนิด Castor กับ Clytaemnestra แก่ทินดาริอุส แต่บางคนก็บอกว่าเฮเลน เป็นลูกของของเทพธิดา เนเมซิส ซึ่งขณะนั้นนางบินหนีจากอ้อมแขนแห่งซีอุส และแปลงกลายเป็นห่าน แต่ซีอุสก็แปลงกลายเป็นหงษ์และเสพย์สุขกับนาง ด้วยเหตุนั้นนางจึงวางไข่ในสวน ซึ่งลีดากับไข่ไว้และวางไว้บนหน้าอกของนางเอง ซึ่งเวลานั้นเฮเลนก็ฟักตัวออกมาจากไข่พอดี"
 
คู่ครองของเฮเลน
เมื่อถึงวัยสาวสะพรั่ง เฮเลนจำต้องเลือกคู่โดยมีบิดาของนางเป็นผู้ตัดสินใจ ในการคัดเลือกคู่ครองนี้ กษัตริย์เมเนลิอุส ไม่ได้มาร่วมงานแต่ส่งตัวแทนมาแทน ซึ่งคือพี่ชายของตัวเอง อกาเมมนอน รวมๆแล้วในการคัดเลือกคู่ครองครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมราวๆ 45 คน ล้วนเป็นเจ้าชายหรือนักรบผู้มีชื่อเสียง บางคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมวีรบุรุษอคิสลิสไม่ได้มาเข้าร่วมครั้งนี้ด้วย? เป็นไปได้ว่าในเวลานั้นเขาอาจยังอายุน้อยเกินไปที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
 
คำมั่นสัญญาของ กษัตริย์เทสิทิอุส
เทสิทิอุสนั้นหวั่นใจที่จะตกลงเลือกชายคนใดคนหนึ่งให้เป็นคู่ครองของเฮเลน เพราะเกรงว่าจะเป็นสาเหตุให้พวกเขาต่อสู้ห้ำหั่นกัน แต่ท้ายที่สุด โอดิสซิอุส หนึ่งในผู้แข่งขันซึ่งไม่ได้นำของขวัญอะไรมามองให้เฮเลนเลย ได้มีข้อคิดเห็นว่าเขาจะช่วย หากกษัตริย์เทสิทิอุสจะช่วยเหลือเขาในการเกี้ยวพาราสี เพเนโลพี (ซึ่งกลายมาเป็นภรรยาของเขาในอนาคต) ซึ่งเทสิทิอุสก็ตกลงทันที
 
โอดิสซิอุสจึงเสนอว่า ก่อนทำการเลือกคู่ ผู้ร่วมแข่งขันทุกคนจะต้องทำพิธีสาบานว่าจะปกป้องชายผู้ถูกเลือก และร่วมกันต่อต้านใครก็ตามที่ข้องใจ และเมื่อทั้งหมดตกลงใจที่จะให้คำมั่นสัญญหา สุดท้าย "เมเนลิอุส" ถูกเลือกในเป็นสามีของเฮเลน ซึ่งเป็นเครื่องหมายอันสำคัญว่าดินแดนของเทสิทิอุส จะตกเป็นของเมเนลิอุส เมื่อเขาสละราชบัลลังค์ เฮเลนกับเมเนลิอุสจะร่วมกันปกครองสปาร์ต้า
 
ตำนานรัก ปารีส กับ เฮเลน
หลายปีให้หลัง ปารีส เจ้าชายแห่งทรอยได้เดินทางมายังสปาร์ต้าและได้พบกับ Helen แต่ก่อนการเดินทางจะเกิดขึ้น ปารีสได้รับเลือกให้เป็นผู้ตัดสินว่าเทพีองค์ใดงามที่สุด ระหว่าง เทพีเฮร่า, เทพีอาทีน่า และเทพีอโฟร์ไดท์ ปารีสได้เลือกเทพีอโฟร์ไดท์เพราะนางรับปากจะให้เขาได้ครอบครองหญิงสาวที่งดงามที่สุดในโลก  และนั่นทำให้เทพีองค์อื่นๆโกรธเกรี้ยวเขาเป็นอย่างมาก
 
แม้ในตำนานจะกล่าวว่า เฮเลนถูกปารีสขืนใจ แต่บางแหล่งก็กล่าวตรงกันข้าม โดยกล่าวว่าเฮเลนหนีตามปารีสไปเองด้วยความสมัครใจ โดยทิ้งสามีและลูกสาววัย 9 ขวบของนางไว้เบื้องหลัง เช่นดังคำในบันทึกของ Cypria กล่าวว่า "อโฟร์ไดท์เป็นผู้บันดาลให้ราชินีแห่งสปาร์ต้าพบรับกับปารีสแห่งทรอย"
 
แต่ก็ยังไม่เวอร์ชั่นอื่นของเรื่องนี้อีกกล่าวว่า หลังจากอกาเมมนอน สมรสกับพี่สาวของเฮเลน พ่อของนางก็ให้นางแต่งกับเมเนลิอุสเพราะเหตุผลทางการเมือง และถึงแม้ว่าเฮเลนจะมีผู้ที่มาสู่ขอมากมาย แต่เจ้าชายปารีสเป็นคนหนึ่งที่เหนือกว่าผู้อื่น เช่นนี้เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบทำที่จำพานางกลับไปยังทรอย แน่นอนด้วยความเต็มใจของนางเอง แต่ละเรื่องเล่าค่อนข้างจะแตกต่างกันออกไป
 
หลังจากนั้นเมื่อเมเนลิอุสพบว่าภรรยาของตัวเองหายไป เขาจึงรวบรวมชายผู้เคยร่วมแข่งขันในการเป็นเจ้าบ่าวของเฮเลน เพื่อตอบสนองคำมั่นสัญญาที่พวกเขาเคยให้ไว้ ทั้งหมดรวมตัวกันและบุกไปยังกรุงทรอยในทันที ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ สงครามแห่งกรุงทรอย นั่นเอง
 
ระหว่างเฮเลน พำนักในกรุงทรอย
ในบทกวีของโฮเมอร์นั้น ภาพลักษณ์ของเฮเลนช่างเดียวดาย อ้างว้าง นางเกลียดตัวเองและเกลียดสิ่งที่นางเป็นต้นเหตุทำให้เกิดขึ้น เพราะภายหลังสิ้นสุดสงครามโทรจัน ชาวทรอยต่างก็รังเกียจนาง และเมื่อเจ้าชายเฮคเตอร์สิ้นชีพลง นางได้เข้าร่วมในพิธีศพ และถึงกับกล่าวว่า เฮคเตอร์และกษัตริย์พริอัมเท่านั้นที่เป็นมิตรต่อนาง
 
เช่นนั้นข้าจึงขอโอดครวญแต่ท่าน และแด่โชคชะตาที่อาภัพกับหัวใจที่แหลกลาญของข้า เมื่อไม่มีใครอีกแล้วที่จะอ่อนโยนและอยู่ข้างข้าในกรุงทรอยแห่งนี้
 
ภายหลังสิ้นสุดกรุงทรอย ตำนานกล่าวว่า เมื่อสิ้นชีพเฮคเตอร์และปารีสแล้ว เฮเลนก็ยังได้เสียกับน้องชายคนสุดท้องของพวกเขา เจ้าชาย Deiphobus (ไดโฟบัส) แต่เมื่อทรอยสั่นสะเทือน นางก็นำดาบของสามีไปซ่อน และทิ้งเขาไว้กับความเมตตาของเมเนลิอุสกับโอดิสซิอุส มีเรื่องเล่าว่าภายหลัง Aeneas (เอเนียสคือเจ้าชายคนหนึ่งของทรอย เป็นญาติห่างๆกับปารีสและเฮคเตอร์) ได้พบกับ ไดโฟบัสที่แสนจะขาดวิ่นในยมโลก และกล่าวว่าบาดแผลของเขานั้นเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความน่าอดสูที่เขาได้รับจากการถูกเฮเลนทรยศหักหลัง
 
เรื่องเล่าเกี่ยวกับจุดจบของ Helen กล่าวว่า นางโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งพิง และหมดหวังที่จะหาที่หลบภัยเมื่อกรุงทรอยวอดวาย ทั้งชาวกรีกและชาวทรอยหมายจะฆ่านางให้ตาย และเมื่อเมเนลิอุสพบนาง เขายกดาบขึ้นเพื่อที่จะสังหารนาง นางกลับปลดเสื้อคลุมให้เลื่อนหลุดจากไหล่ และด้วยความงาม (ไม่ทราบว่าที่ใบหน้าหรือหน้าอก) ของนางทำให้ดาบถึงกับหล่นจากมือเขา
 
ต่อมาตามตำนานของโอดิสซิอุส กล่าวว่าเฮเลนยังคงมีชีวิตและกลับมาอาศัยอยู่กับสามีคนเดิม เมเนลิอุส แต่ในบางตำนานก็กล่าวว่าเฮเลนทิ้งชีวิตมนุษย์สามันย์ไปและไปอยู่ยังหุบเขาโอลิมปัส บ้างก็กล่าวว่านางถูกแขวนคอใต้ต้นไม้
 
1 หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่แห่งละครวงการละครโศกนาฏกรรมของกรีก ได้แก่ Aeschylus, Sophocles, และ Euripides บทละครของทั้งสามคนยังคงหลงเหลือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตกทอดมาสู่คน รุ่นหลัง