Olympias - ราชินีแห่งมาเซโดเนีย

posted on 19 Aug 2012 14:55 by god-mythological in Mortals directory Entertainment, Knowledge
จากเรื่องเทพ เราหันมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ "ราชินีแห่งมาเซโดเนีย" คนนี้  Olympias (โอลิมเปียส) ค่ะ นางเป็นหญิงงามแห่งยุคในช่วง 376–316 ปีก่อนคริสตกาล ผู้เป็นมเหสีคนที่ 4 ของกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซโดเนีย และเป็นราชมารดาแห่งกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 (Alexander the Great)
 
เรียกได้ว่านางเป็นราชินีผู้ทรงอำนาจแห่งมาเซโดเนีย นางนั้นมีใจศรัทธาเป็นอย่างมากต่อ เทพกรีกนาม Dionysus และ สัตว์เลี้ยงที่เธอโปรดปรานที่จะเก็บไว้ข้างกายที่สุดคือ งู

เป็นที่ชัดแจ้งว่า นามที่แท้จริงของ โอลิมเปียส คือ Myrtale (หรือ Mistilis) แต่หลังจากนั้นเธอถูกเรียกขานว่า นาง เพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะของกษัตริฟิลิบในโอลิมปิคเกมส์เมื่อ 356 ปีก่อนคริสตกาล ตอนวัยเด็ก นางถูกเรียกว่า Polyxena แต่หลังจากที่แต่งงานก็เป็น Myrtale แต่เธอเป็นที่รู้จักกันในนาม Olympias และ Stratonice

Olympias เป็นบุตรสาวของ นีโอปโตเลมัส (Neoptolemus) ผู้ครองเมือง Epirus ซึ่งสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลแห่ง Aeacidae (ถูกอ้างว่าเป็นลูกหลานเทพ Zeus ) ซึ่งจากการที่ครอบครัวเป็น ผู้สืบทอดเชื้อสายนี้เอง ทำให้พี่ชายของนางได้เป็น "อเล็กซานเดอร์ที่ 1" แห่ง Epirus

พ่อของนางเสียชีวิตลงเมื่อ 360 ปีก่อนคริสตกาล และ Arymbas (น้าชายของโอลิมเปียส) ก็ได้ทำสนธิสัญญากับกษัตริย์องค์ใหม่แห่งมาเซโดเนีย ซึ่งก็คือ กษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซโดเนียนั่นเองค่ะ

และเพื่อสานสัมพันธ์ทางการทูต หลานสาวของ Arymbas ซึ่งก็คือ Olympias ก็ได้กลายมาเป็นราชินีแห่งมาเซโดเนียในช่วง 359 ปีก่อนคริสตกาล - ตามการบันทึกของนักกวีชาวกรีก Plutarch แห่ง Chaeronea กล่าวว่า

"ในคืนก่อนที่การแต่งงานจะสมบูรณ์ โอลิมเปียสได้ฝันเห็นว่ามีสายฟ้าผ่าลงมาที่ตัวเธอ ไฟซึ่งเร่าร้อนและยิ่งใหญ่ ซึ่งแผ่กระจายความสว่างโชติช่วงด้วยตัวของพวกเขาทั้งหลาย และหลังจากนั้นก็ดับไป"

กล่าวกันว่า ฟิลิปที่ 2 นั้นตกหลุมรัก โอลิมเปียสตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน และการแต่งงานก็เป็นไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ

ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิด 356 ปีก่อนคริสตกาล ภายใต้ความกดดันของน้าขอ นางจำต้องกลับไปยัง Pella เมืองหลวงของมาเซโดเนีย ในการกลับมาครั้งนี้นางตั้งท้อง และให้กำเนิดลูกชายนาม Alexander ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 356 ปีก่อคริสตกาล ภายหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ให้กำเนิดลูกสาวอีกคนของฟิลิปคือ Cleopatra (ไม่ใช่คลีโอพัตราของอียิปต์)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นการเกิดของลูกชายตามกฏหมาย (ความจริงฟิลิปที่ 2 มีลูกชายของเราแล้วคือฟิลิปที่ 3) ตัวฟิลิปที่ 2 นั้นกลับดูหมิ่นลูกชายของเขากับ Olympias ว่า ไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์แห่งมาเซโดเนีย (Not of pure Macedonian blood)

ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สามีไม่ยอมรับในตัวลูกชาย โอลิมเปียสยืนกรานว่า Zeus ราชาแห่งเทพเป็นผู้ทำให้เธอตั้งครรภ์ในขณะที่เธอ นอนหลับอยู่ใต้ต้นโอ๊ก (ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวเทพเซอุส) ซึ่ง อเล็กซานเดอร์ เองก็ดูเหมือนจะเชื่อเรื่องเล่านั้น ดังเช่นที่ภายหลังเขามองหาหลักฐานมายืนยัน เกี่ยวกับการสืบเชื้อสายของเขา ในสถานที่บูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเซอุสที่ Siwa โอเอซิสแห่งอียิปต์

โอลิมเปียส โกรธเคืองอย่างมากที่กษัตริย์ฟิลิบ ไปแต่งงานกับ Cleopatra Eurydice เมื่อช่วง 337 ปีก่อนคริสกาล แต่สาเหตุที่ทำให้เธอโกรธเคืองนั้นไม่ใช่เพราะ ฟิลิปเลือกหญิงคนใหม่มาเป็นภรรยา แต่เป็นเพราะหลังจากแต่งงานกับ Cleopatra Eurydice เขาก็หย่าร้างกับโอลิมเปียส

ซึ่งถือเป็นการบอกปัดลูกชายของเธอ Alexander ไม่ให้ได้ขึ้นครองราชย์ในงานเลี้ยงฉลองการแต่งงาน Attalus ผู้คุ้มครองของ Cleopatra Eurydice หมายจะให้ทั้งคู่ "มีผู้สืบทอดตามกฎหมาย" ร่วมกัน

 Alexander และ Olympias เดินทางกลับเข้าไปยัง Epirus ที่ซึ่งพี่ชายของเธอเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ เป็นเวลานับปี เธอและลูกชาย ย้อนกลับไปยัง Pella (เมืองหลวงของมาเซโดเนีย) หลังจากเกิดการประนีประนอมกันอย่าง
แจ่มชัด หรือย่างน้อยที่สุดก็หยุดการเป็นปรปักษ์กันชั่วคราว

ฟิลิปเริ่มมีการสานความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับ อเล็กซานเดอร์ที่ 1 โดยการโดยการยื่นข้อเสนอ ให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของโอลิมเปียส คลีโอพัตรา (คือลุงแต่งกับหลาน?) เพียงไม่นานหลังการแต่งงาน ฟิลิปก็ถูกฆาตรกรรม ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นที่ชัดเจนนักว่า Olympias เป็นผู้วางแผนการครั้งนี้ หรือจะเป็นอเล็กซานเดอร์...

แต่เป็นที่แน่นอนว่า อเล็กซานเดอร์ ได้พบกับผู้ที่สังหารฟิลิป (Pausanias ผู้เป็นบอร์ดี้การ์ของตัวฟิลิปเองที่ทำการฆ่าเขา) และนำร่างของเขาไปทำการประหารโดยตรึงไว้ที่กางเขนต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งศีรษะของ Pausanias ถูกพบในสภาพที่มีมงกุฎทองคำอยู่บนหัว

ซึ่งคาดว่า มันถูกวางไว้โดยโอลิมเปียส ท้ายที่สุดร่างของเขาก็ถูกนำลงมาจากการตรึงกางเขน และวางทับไว้เหนือร่างขอฟิลิป ทั้งสองศพถูกเผาร่วมกันตามพิธีกรรมของชาวมาเซโดเนียน และโอลิมเปียนยังแสดงออกถึงการไว้อาลัยให้แก่ Pausanias

ซึ่งดาบที่ Pausanias ใช้ในการสังหารฟิลิปนั้น ถูกแขวนอยู่ในวิหารแห่งเทพอพอลโล ที่เดลฟี ตามคำสั่งพิเศษจากตัว Olympias เองภายใต้ชื่อ Mistilis (หรือ Myrtale ชื่อที่แท้จรืงของโอลิมเปียสค่ะ)

โอลิมเปียส ยังทำการสังหาร Caranus ลูกชายของฟิลิปกับภรรยาคนสุดท้ายของเขา Cleopatra Eurydice เธอยังฆ่า Europa น้องสาวของ Caranus อีกด้วย และยังบีบบังคับให้ Cleopatra Eurydice ทำการแขวนคอตัวเองตาย

ในช่วงเวลาที่อเล็กซานเดอร์ไม่อยู่ ซึ่งเธอทำการติดต่อทางจดหมายอย่างสม่ำเสมอ เธอเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในมาเซโดเนีย อันเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาความยุ่งยากต่อผู้สำเร็จราชการอย่าง Antipater

เมื่อกษัตริย์อเล็กซานเดอร์เสียชีวิตในช่วง 323 ปีก่อนคริสตกาล โอลิมเปียสเดินทางกลับมาเยือน Epirus อีกครั้ง เธอให้ความช่วยเหลือหลานชายของเธอ อเล็กซานเดอร์ที่ 4 (ลูกชายของอเล็กซานเดอร์ที่ 3 กับเจ้าหญิง Roxana แห่ง Bactria)

และในช่วง 317 ปีก่อนคริสตกาล เธอได้เป็นพันธมิตรกับ Polyperchon ซึ่งถูกปกครองโดย Antipater ในช่วง 319 ปีก่อนคริสตกาล โอลิมเปียสได้นำ กองกำลังทหาร พยายามทำการขับไล่ Cassander ลูกชายของ Antipate โดยใช้อำนาจของมาเซโดเนีย

เมื่อเธอสู้รบกับ Eurydice ที่ 3 (หลานสาวของฟิลิปที่ 2) ทหารของ Eurydice หันมาสวามิภักดิ์ต่อ Olympias เพราะไม่เต็มใจที่จะต่อต้านมารดาแห่งอเล็กซานเดอร์ โอลิมเปียสจำคุก Eurydice และสามีของเธอ (ฟิลิปที่ 3 แห่งมาเซโดเนีย) เขาถูกประหารชีวิต และ Eurydice ถูกบังคับให้แขวนคอตาย และท้ายที่สุดโอลิมเปียสก็ได้กลายมาเป็น "นายหญิง" แห่งมาเซโดเนีย

ภายหลัง Cassander รีบเร่งมาจาก Peloponnesus (คาบสมุทรและบริเวณส่วนกว้างทางทิศใต้ของกรีก) หลังจากโอบล้อม และบีบบังคับให้โอลิมเปียสยอมมอบตัวใน Pydna ที่ซึ่งเธอยึดเอาเป็นที่ปลอดภัย โดยหนึ่งในข้อตกลงของการยอมจำนนนั้นคือ ชีวิตของโอลิมเปียสต้องได้รับการสงวนไว้

ในความอาฆาตแค้นนี้ นางรู้สึกสำนึกผิดต่อผู้คนมากมายที่เธอ เคยปฎิบัติด้วยอย่างทารุณ ในระหว่างที่นางครองอำนาจ โดยไม่มีการพิจารณาความผิด Olympias เสียชีวิตลงในช่วง 316 ปีก่อนคริสตกาล โดยเหล่าเพื่อนฝูงของผู้คนที่เธอเคยเข่นฆ่า

Cassander ยังกล่าวว่าเขาละเลย ที่จะทำตามคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเธอ ที่กล่าวถึงการทำพิธีฝังศพให้กับเธอ

ได้มีการพิจารณาถึงบางเรื่องที่กล่าวว่า เธอเป็นหญิงที่โหดเหี้ยมนั้นเป็นการกล่าวเกินจริง เธอพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่ เพื่อมองดูทายาทของลูกชาย และหลานชายของเธอ หลังจากอเล็กซานเดอร์เดอะเกรทเสียชีวิตลง นางเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนน้อยนิดที่ไม่ได้ต่อสู้เพื่ออำนาจของตัวเอง แต่เพื่อการสืบทอดราชวงศ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

Comment

Comment:

Tweet