Isis หรือ เทวีไอซิส นั้น เป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่เก่าแก่ที่สุด ของอียิปต์โบราณ พื้นเพการเคารพบูชาของนางไม่ชัดเจนมากนัก บางตำนานเล่าว่าการบูชาพระนางมีต้นกำเนิดในไซไน แต่ก็ยังเป็นไปได้ว่าพระนางเป็นที่เคารพบูชาครั้งแรกในเขตสันดอนของอียิปต์ล่างรอบๆ บูซิริส แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนไม่ได้บูชาพระนางเพียงแค่เมืองใดเมืองหนึ่งเท่านั้น หากแต่มีการบูชาพระนางในแทบทุกพื้นที่ และทุกวัดในแผ่นดิน แม้ผู้คนในอียิปต์นั้นเคารพบูชา  เทวีไอซิส เป็นจำนวนมาก แต่ความจริงแล้วชื่อ Isis นั้นเป็นภาษากรีก เธอเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวอียิปต์ในชื่อ Aset (หรือ Ast, Iset, Uset) ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งว่า "ราชินีแห่งบัลลังก์" ในอียิปต์โบราณนั้นนับถือเทวีไอซสิสเปรียบเสมือนแม่แบบของ "หญิงที่สมบูรณ์" และพระนางถูกเรียกว่า "หนึ่งเดียวผู้คือทุกสิ่ง" และพระนางยังเป็นต้นแบบของเทพสตรีทั้งหลายในตำนานเทพวัฒนธรรมอื่นๆ อีกด้วย 

ต้นกำเนิดเทวีไอซิส

ตามตำนานเล่าว่า พระนางเป็นบุตรีของเทวีนัต และ เทพเก็บ ซึ่งพระนางเป็นพี่/น้อง ของ  เทวีเนฟธีส, เทพ เซธ และ เทพโอซิริส บางตำนานเล่าว่า และเพราะเทพราเกรงกลัวว่าจะมีคนมาชิงบัลลังค์ของเขา เมื่อทราบว่า เทวีนัต ตั้งครรภ์เขาจึงได้โกรธมาก และสาปนางว่า "นัตจะไม่สามารถคลอดลูกได้ไม่ว่าวันไหนเลยในหนึ่งปี" ซึ่งในขณะนั้น 1 ปี มี 360 วัน เทวีนัตไปขอความช่วยเหลือจากเทพทอธ เทพแห่งความเฉลียวฉลาด เทพทอธได้เล่นพนันกับเทพแห่งดวงจัน คอนซู และทุกครั้งที่คอนซูแพ้ เขาจะต้องแบ่งแสงจันทร์เล็กน้อยของเขาให้กับเทพทอธ และเมื่อคอนซูแพ้หลายครั้งเข้า เทพทอธเก็บสะสมแสงนั้นได้มากพอที่จะสร้างวันเพิ่มขึ้นอีกถึง 5 วัน และเพราะ 5 วันนั้นไม่ใช่วันไหนเลยในหนึ่งปี เทวีนัตจึงสามารถคลอดลูกของนางได้ ดังนี้

  • วันที่หนึ่ง ให้กำเนิด เทพโอซีริส ผู้เป็นเทพกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
  • วันที่สอง ให้กำเนิด เทพฮามาร์คิส หรือ สฟิงซ์ ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งรุ่งอรุณ
  • วันที่สาม ให้กำเนิด เทพเซธ ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย เขาฉีกครรภ์ของพระมารดาออกมา
  • วันที่สี่ ให้กำเนิด เทพีไอซิส ผู้เป็นเทพีแห่งความรักและภูมิปัญญา
  •  วันที่ห้า ให้กำเนิด เทพีเนฟธิส ผู้เป็นเทพีผู้คุ้มครองวิญญาณคนตาย

เมื่อเทพราทราบข่าว ก็ยิ่งโกรธเข้าไปอีก เขาแยกเทวีนัต จากสามีของนาง เทพเก็บ ชั่วนิรันดร์ โดยการให้พ่อของเทวีนัตแบกนางไว้ นั่นทำให้ท้องฟ้าและผืนดินแยกจากกันไปตลอดกาล เทพเก็บโศกเศร้าโศกาที่ถูกแยกจากภรรยาผู้เป็นที่รัก เขามักร่ำไห้และนั่นทำให้โลกเกิดมหาสมุทร

สัญลักษณ์ของไอซิส

รูปภาพของพระนางมักถูกวาดให้มี "บัลลังก์" เป็นเครื่องประดับบนศีรษะ และเหยี่ยวที่กางปีกกว้าง มักจะปรากฎรูปภาพพระนางมีผิวกายสีออกเหลืองเพื่อสื่อถึงการใช้ชีวิตในราชวังและไม่ค่อยโดนแสงแดด ในบางครั้งจะพบภาพพระนางถือเครื่องหมายอังก์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตอันเป็นนิรันดร์

ในฐานะ น้อง และ ภรรยา ของเทพโอซิริส

ตำนานเล่าว่า ไอซิส และ โอซิริส นั้น ต่างรักกันตั้งแต่ครั้งยังอยู่ในครรภ์มารดา ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน และเมื่อเติบใหญ่และ เทพโอซิริส ได้ขึ้นครองบัลลังก์ได้โดยฝีมือของพระนางนั่นเอง เล่าว่าวันหนึ่งพระนางนำน้ำลายของเทพรา (ซึ่งครองบัลลังก์ขณะนั้น) มาผสมกับโคลนแล้วปั้นงูพิษขึ้นมาเพื่อกัดเทพรา นางสร้างอุบายว่าต้องการชื่อที่แท้จริงของเทพราเพื่อใช้ในการรักษา ซึ่งเทพราก็เชื่อ ดังนั้น เทพราจึงได้รับการรักษาแต่พลังของเขาถูกส่งต่อมายังเทวีไอซิสแทน ซึ่งนั่นทำให้นางมีพลังสูงสุดในหมู่เทพ เทพโอซิริส อภิเษกสมรสกับเทวีไอซิส ซึ่งทั้งสองต่างใช้เวลาส่วนมากไปกับการสั่งสอนและปกป้องผุ้คนของพระองค์ ยุคนั้นจึงเป็นยุคทองของอียิปต์ที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง และอุดมสมบูรณ์ ทั้งด้านอารยธรรม และการประดิษฐ์

เมื่อเทพโอซิริส ถูกชิงบัลลังก์

แต่แล้ว เวลาแห่งความสุขก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเทพเซธ ผู้อิจฉาริษยา อยากแย่งชิงบัลลังก์ วางแผนเพื่อฆ่าเทพโอซิริส และเขาก็ทำสำเร็จ เทพเซธได้ร่วมมีกับอาโส (Aso) ราชินีแห่งเอธิโอเปีย และกบฏอีก 72 คน ได้ร่วมกันล้มล้างเทพโอซีริส และจับร่างของพระองค์ใส่โลงแล้วลอยไปตามแม่น้ำไนล์ แต่ก็เป็นเทวีไอซิสเองที่ตามหาพระร่างจนพบเพื่อปลุกให้เขาฟื้นคืนชีพ แต่แล้วเทพเซธ กลับรู้ว่าร่างของเทพโอซิริสถูกหาเจอก็โมโหมาก จึงฉีกร่างของเทพโอซิริสเป็น 14 ชิ้น และนำเอาชิ้นส่วนเหล่านี้ไปโปรยจนทั่วอียิปต์ เทวีไอซิสผู้น่าสงสาร ได้รับความช่วยเหลือจากน้องสาวของนาง เทพีเนฟธิส ในการตามหาร่างทั้ง 14 ส่วนของสวามี และนางได้ใช้เวทมนตร์เพื่อปลุกให้เขาฟื้นคืนชีพ นานพอที่ทั้งสองพระองค์มีทายาทร่วมกัน ภายหลังคือ เทพฮอรัส และเมื่อภายหลังจากได้ทำพิธีกรรม โดยมีเทพอานูบิส เทพแห่งความตายเป็นผู้ประกอบพิธี เทพโอซิริส ก็สามารถไปยังโลกแห่งความตายได้ และพระองค์ได้กลายเป็นผู้ปกครองโลกแห่งวิญญาณต่อไป ทั้งสองจึงต้องแยกจากกัน ความชั่วร้ายของเทพเซธไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเขาพยายามจะฆ่าหลานตัวเองคือเกิดจาก โอซิริส และ ไอซิส หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งพระนางต้องปกต้องบุตรชายจากอันตรายต่างๆที่เทพเซธส่งมา เช่นครั้งหนึ่ง ที่พระนางต้องชุบชีวิตเทพฮอรัส จากการถูกแมงป่องต่อยจนตาย

เทวีไอซิสกับ เทพฮอรัส

หลังจากพระนางเลี้ยงดูบุตรชายจนโตบโต ฮอรัสวัยหนุ่มได้คิดที่จะแก้แค้นแทนพระบิดา และขึ้นครองราชย์อียิปต์แทนเซธผู้ชั่วร้าย จึงได้มีการท้าทายต่อเทพเซธ และผู้ชนะจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่แน่นอนเทพเซธก็ไม่ได้เล่นแฟร์ๆ ในการแข่งขันหลายๆครั้งที่เซธโกงจนเอาชนะฮอรัสไปได้ เทวีไอซิสอยากช่วยลูกชายของนาง พระนางจึงวางกับดักจนเซธติดกับ เทพเซธร้องขอชีวิตและไอซิสก็ยังปล่อยเขาไป ทันทีที่ฮอรัสทราบว่าแม่ได้ปล่อยศัตรูเป็นอิสระ เขาก็โกรธนางมาก จึงตัดเศียรของพระนางทันที  ทันใดนั้นเทพ ทอธ เทพแห่งสติปัญญหาและเวทมนต์ ได้เปลี่ยนเศียรนั้นให้กลายเป็นหัวของวัว แล้วนำมันกลับคืนยังร่างของไอซิส  (ดังนั้นในรูปปั้นโบราณบางชิ้นจะปรากฎร่างเทวีไอซิสกับเศียรของวัว) ตั้งแต่วันนั้นพระนางก็ได้ไปมีชีวิตหลังความตายกับสามีผู้เป็นที่รัก กล่าวว่าพระนางยังให้อภัยปฏิกิริยาก้าวร้าวไม่มีเหตุผลของลูกชาย และยังคงสนับสนุนเขาต่อไป ในตำนานเทพอียิปต์นั้น เทวีไอซิสถูกยกย่องอย่างมากว่าเป็นมารดาผู้ประเสริฐ และถูกเคารพบูชาเป็นเทพธิดาผู้พิทักษ์เนื่องจากวิธีการที่เธอปกป้องเทพฮอรัส ในบทบาทของนักเวทย์และการนำชีวิตกลับคืนจากโลกแห่งความตาย พระนางยังมีบทบาทสำคัญในการอยู่เบื้องหลังราชาแห่งอียิปต์อีกด้วย  

Comment

Comment:

Tweet